ปัสสาวะ ถือเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ สุขภาพเบื้องต้น ที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนออกมา การสังเกตสี ความใส หรือความขุ่นของปัสสาวะในแต่ละวัน สามารถช่วยให้เราประเมินภาวะโภชนาการ สมดุลน้ำในร่างกาย ตลอดจนความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับไตและระบบทางเดินปัสสาวะได้อย่างทันท่วงที
"สีของปัสสาวะเปลี่ยนแปลงได้จากหลายปัจจัย ทั้งปริมาณน้ำที่ดื่ม อาหาร วิตามิน ยาที่รับประทาน ตลอดจนความผิดปกติของอวัยวะภายในอย่างตับและไต"
ไขรหัสสีปัสสาวะ บอกอะไรกับเราบ้าง?
1. สีใส (Clear)
เกิดจากการดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไป ส่งผลให้เกลือแร่ในร่างกายเจือจางลง ควรปรับปริมาณการดื่มน้ำให้พอเหมาะ
2. สีเหลืองฟางข้าว ถึง สีเหลืองอ่อน (Pale Yellow)
เป็น **สีปัสสาวะปกติ** แสดงถึงสุขภาพที่ดี ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอและมีระบบขับถ่ายของเสียที่สมบูรณ์
3. สีเหลืองเข้ม (Dark Yellow)
บ่งบอกว่าร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะ **ขาดน้ำ (Dehydration)** มักพบในตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือหลังการออกกำลังกาย ควรจิบน้ำให้มากขึ้น
4. สีส้ม หรือ สีชาเข้ม (Amber / Orange)
อาจเกิดจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง การรับประทานวิตามินบี ยาบางชนิด (เช่น ยาระบาย หรือยาแก้ไอ) หรือเป็นสัญญาณเตือนของ **โรคตับและถุงน้ำดี** หากมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองร่วมด้วยควรรีบพบแพทย์
5. สีแดง หรือ สีชมพู (Red / Pink)
อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น บีทรูท แต่หากไม่ใช่ อาจเกิดจาก **มีเลือดเจือปนในปัสสาวะ (Hematuria)** ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของ นิ่วในไต, นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ, การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะ
6. ปัสสาวะเป็นฟอง หรือ ขุ่น (Cloudy / Foamy)
หากปัสสาวะขุ่นอาจเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ส่วนปัสสาวะที่มีฟองหนาและไม่ยุบตัว อาจเป็นสัญญาณเตือนของ **โปรตีนไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ** ซึ่งสัมพันธ์กับโรคไต
แหล่งอ้างอิงข้อมูลทางการแพทย์
ข้อมูลส่วนหนึ่งในบทความนี้อ้างอิงจากความรู้สุขภาพ โดย โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ (SiPH) ท่านสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: บทความ "สีปัสสาวะ...บอกโรค" - โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์